เด็กหญิง 10 ขวบถูกเพื่อนล้อ ไอ้ลูกกรรมกร เปิดใจเล่าไม่เคยอาย ภูมิใจอาชีพแม่ยินดีใช้แรงช่วยแบ่งเบา

Loading...

คุณเมศ ปรเมศร์ มีสมภพ หนุ่มจิตอาสาเล่าเรื่องราวของเด็กหญิง 10 ขวบที่วิ่งมาทักทายและขอความช่วยเหลือ โดยเด็กหญิงคนนี้มีชื่อว่าน้องน้ำตาล ถูกแม่แท้ๆยกให้ป้าตั้งแต่เพิ่งเกิดและไม่เคยกลับมาดูดำดูดีอีก คุณป้าหรือที่น้องเรียกว่าแม่มีอาชีพรับจ้างก่อสร้างถึงมักถูกเพื่อนๆล้อเลียนเรื่องอาชีพและสีผิว แต่น้องบอกว่าไม่โกรธเพราะเป็นเรื่องจริงและน้องก็ภูมิใจในอาชีพของคุณแม่ อีกทั้งยังตั้งใจทำงานช่วยแบ่งเบาภาระของคุณแม่ด้วย

” อีดำตับเป็ด ไอ้ลูกกรรมกร ” หนูไม่อายค่ะพี่ ถ้าสิ่งที่หนูทำ แรงที่หนูมี มันทำให้แม่หนูแบ่งเบาเหงื่อของแม่ได้ หนูทำได้ ค่ะ..ครั้งหนึ่งเมศเคยลงพื้นที่มาที่โรงเรียนแห่งนี้และครั้งนี้เมศได้ลงพื้นที่เพื่อถ่ายทำรายการ ตนจริงใจไม่ท้อ และระหว่างที่เมศยืนอยู่หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจบุรี อยู่ๆมีเด็กสาวมายืนอยู่ข้างหลังแล้วพูดว่า..พี่เมศหรือเปล่าคะ หนูดีใจมากเลย ที่พี่กลับมาอีกครั้ง หนูอยากขอความช่วยเหลือจากพี่หน่อย เมศจึงหันไปตามเสียงที่ได้ยินจึงสอบถามรายละเอียด

น้องเล่าให้เมศฟังว่า..น้องเห็นผมตั้งแต่เช้าที่หน้าเสาธง และจำได้ว่าเป็นเมศ น้องเฝ้ารอพบเมศตั้งแต่เช้าเพื่ออยากเจอหน้าเมศ พอดีตอนเย็นหลังเลิกเรียนน้องเห็นเมศยืนอยู่ที่หน้าโรงเรียนเลยดีใจวิ่งมาขอความช่วยเหลือจากผม..หากย้อนกลับไปในอดีต..น้ำตาล เด็กสาว วัยเพียง 10 ขวบ เกือบจะไม่มีชีวิตลืมตามาดูโลกใบนี้เนื่องจากผู้เป็นแม่แท้ๆพอรู้ว่าตั้งท้อง ก็พยายามทำแท้งหลายครั้ง แต่มีคุณหนึ่ง ( แม่บุญธรรมปัจจุบัน ) ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าได้ร้องขอชีวิตเอาไว้ พอเด็กคนนี้คลอดออกมาเพียงไม่กี่วันผู้เป็นแม่ก็ยกน้องน้ำตาลลูกสาวในไส้ของตัวเองให้กับป้าหนึ่ง และตั้งแต่นั้นมาน้องน้ำตาลก็ไม่เคยเห็นหน้าแม่อีกเลย และ ไม่เคยรู้ว่าพ่อของเค้าคือใคร …

ปัจจุบัน น้องน้ำตาล วัย 10 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป. 4 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรีพักอาศัยอยู่ในบ้านเช่ากับป้าหนึ่ง ( แม่บุญธรรม ) ที่น้องน้ำตาลเรียกว่า แม่ เพียง 2 คน โดยที่สามีป้าหนึ่ง ( ลุงแท้ๆของน้องน้ำตาล )ได้เลิกรากับป้าหนึ่งไปแล้ว ป้าหนึ่ง มีอาชีพกรรมกรรับจ้างก่อสร้างตามที่ต่างๆ จนสุดท้าย มาเช่าบ้านเพื่อให้น้องได้เรียนอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้

ทุกๆเช้า น้องน้ำตาลจะตื่น ตี 5.30 เพื่ออาบน้ำเตรียมตัวไปโรงเรียน จากที่สอบถาม ผู้อำนวยการโรงเรียนน้องน้ำตาลเป็นเด็กที่เรียนปานกลาง ขยัน พูดเก่ง กล้าแสดงออก นิสัยดี หลังเลิกเรียน น้องน้ำตาล จะอยู่โรงเรียนจนเย็นเพราะกลับไปต้องอยู่เพียงคนเดียวเนื่องจากคุณแม่ต้องออกไปทำงานก่อสร้าง พอถึงบ้านน้องน้ำตาลจะทำงานบ้านทุกอย่างคอยหุงข้าว ซักผ้า และรอแม่กลับมา เสาร์ – อาทิตย์ หรือถ้าวันไหนไม่ได้ไปโรงเรียนน้องน้ำตาลจะออกไปช่วยคุณแม่ทำงานตักปูน แบกทราย แบกหิน ช่วยแม่ทำงานในไซร์งานก่อสร้างแบบนี้ตลอดเวลา..

ระหว่างที่เมศเดินคุยกับน้อง อยู่ๆได้ยินเสียงดังขึ้นว่า..อีดำตับเป็ด มาแล้ว ๆ เมศเลยถามน้องว่า เพื่อนๆในโรงเรียนพูดแบบนี้ หนูไม่อายหรอ..น้องน้ำตาล พูดมาว่า เพื่อนๆที่โรงเรียนชอบล้อว่า” อี ดำตับเป็ด ไอ้ลูกกรรมกร ” แต่หนูไม่อายค่ะพี่ หนูไม่โกรธ เค้า หนูตัวดำจริงๆ อีกอย่าง
หนูก็ภูมิใจที่แม่หนูมีอาชีพกรรมกร..

เมศจึงถามต่อไปว่า ทำไมหนูไม่ไปเที่ยวไหนกับเพื่อนๆบ้างล่ะ นี่คือคำพูดของเด็กวัยเพียง 10 ขวบพูดออกมา ” หนูไม่อยากไปค่ะ หนูอยากช่วยแม่ หนูไม่อยากเห็นแม่เหนื่อย หนูไม่อายค่ะ ถ้าสิ่งที่หนูทำ แรงที่หนูมีทำช่วยแบ่งเบาเหงื่อของแม่ได้ หนูทำได้ค่ะ..

เบื้องต้นเมศได้นำข้าวสาร อาหารแห้งมอบให้น้องเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น หากเพื่อนๆพี่ๆต้องการช่วยเหลือน้องน้ำตาลสามารถโอนเงินเข้าบัญชีน้องน้ำตาลโดยตรงที่บัญชีธนาคาร ออมสิน ชื่อบัญชี ด.ญ. เพชรไพลิน เพ็งอุดม เลขบัญชี 0203 – 4705 – 6556 เลขบัญชีนี้เป็นของน้องน้ำตาลโดยตรงและทางโรงเรียนเป็นผู้เก็บรักษา ดูแลการเบิก จ่ายครับ

นี่ล่ะครับชีวิตจริงบางส่วนของเด็กสาววัย 10 ขวบที่เค้าไม่เคยได้รับอ้อมกอดจากพ่อแม่ เค้าไม่เคยเห็นใบหน้าของพ่อและแม่ของเค้าว่าเป็นยังไง แต่สิ่งที่เค้าพูด เค้าทำ มันทำให้เมศรับรู้ถึงหัวใจความแข็งแกร่งจากเด็กคนนี้ ถ้าวันนั้นน้องไม่เจอพี่ ไม่กล้าวิ่งเข้ามาหา น้องคงได้แต่เฝ้ารอวันที่เมศจะกลับมาโรงเรียนนี้อีกครั้งหนึ่ง

พี่เอาใจช่วย และ เป็นกำลังใจให้นะครับขอขอบคุณทางโรงเรียนแห่งนี้อย่างมากที่ดูแลช่วยเหลือเบื้องต้น และ ให้ข้อมูลครับ( ข้อมูล ทุกข้อความ รูปถ่าย เมศได้รับอนุญาตจากทางคุณหนึ่ง ( แม่บุญธรรม ) และ ทางโรงเรียนนำลงสื่อออนไลน์ เรียบร้อยแล้วครับ )

ขอบคุณ Poramet Misomphop ข้อมูลข่าว https://www.tnews.co.th/

Loading...