หวิดรุนแรง กลุ่มเยาวชนปลดแอก”ฝ่าแนวกั้นตำรวจ ปิดถนนราชดำเนินแล้ว

Loading...

จากกรณีแฟนเพจเฟซบุ๊ก “เยาวชนปลดแอก - Free YOUTH” ได้โพสต์เชิญชวนออกมาชุมนุมเพื่อถอนรากเผด็จการ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ได้มีประชาชนที่สนใจเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาดูแล แต่เมื่อการชุมนุมปราศรัยดำเนินไปสักระยะ กลับปรากฎว่ามีการดันรั้วเขตแนว ระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่จนเกิดความวุ่นวาย

จนกระทั่ง เวลา 17.07 น. กลุ่มเยาวชนปลดแอก ฝ่าแนวกั้นตำรวจ ปิดถนนราชดำเนิน ฝั่งมุ่งหน้าสะพานผ่านฟ้าฯแล้ว รวมทั้งมีรายงานว่า เกิดการปะทะกันระหว่าง กลุ่มนักศึกษา กับ เจ้าหน้าที่ บริเวณอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อเจ้าหน้าที่เอารั้วมาวางกั้น ไม่ให้กลุ่มนักศึกษาเข้าไปที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย และมีการเปิดเครื่องกระจายเสียงรบกวน

อย่างไรก็ตาม หลังจากผลักดันกันสักระยะหนึ่ง จนท.ได้ยอมล่าถอย เอารั้วออกจากบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีกลุ่มนักศึกษาและประชาชนหลายร้อยคนเข้าไปในบริเวณพื้นที่จนเริ่มเติม รวมถึงมีการปิดจราจรโดยรอบแล้ว

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กำกับดูแลความสงบเรียบร้อย ตลอดจนการกระทำที่เป็นความผิดต่อกฎหมาย กรณีกลุ่มเยาวชนปลดแอก – Free YOUTH และ กลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางเมือง ที่บริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมาย โดยยึดหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ควบคู่กัน

สำหรับการแสดงออกทางการเมืองนั้น สามารถกระทำได้ หากมีความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ต้องกระทำโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย หรือ ไปละเมิด กระทบสิทธิผู้อื่น โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่อยู่ภายใต้ การประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) รวมถึง การแสดงพฤติกรรม การแสดงความคิดเห็นที่ไม่สร้างสรรค์ ในลักษณะที่หยาบคาย ก้าวร้าว สร้างความเกลียดชัง ใส่ร้ายป้ายสีหนึ่งผู้ใด เป็นสิ่งที่ไม่ดีและไม่สมควรกระทำ เพราะเข้าข่ายความผิดต่อกฎหมายบ้านเมืองได้

พร้อมฝากเตือนไปยังบุคคลและเยาวชนที่จะออกมาจัดกิจกรรมในครั้งนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก ประกอบกับ การกระทำที่เป็นความผิดต่อกฎหมายต่างๆ และ การฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ขอให้ปฏิบัติตามประกาศ ข้อกำหนด และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ประเทศไทย กลับมาสู่ภาวะปกติ ผ่านพ้นช่วงเวลาที่วิกฤตไปได้ในเร็ววัน

Loading...